








สำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดกาฬสินธุ์ตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายวิทยาลัยฯ แห่งหนึ่ง ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ พบประเด็นความเสี่ยงจากการกำหนดราคากลางการจัดซื้อครุภัณฑ์ไฟฟ้าและวิทยุ ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ขนาด 3 เฟส 20 กิโลวัตต์ ไม่เป็นไปตามกฎหมาย
สำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ตรวจสอบการปฏิบัติตาม กฏหมาย เรื่อง การจัดซื้อครุภัณฑ์ไฟฟ้าและวิทยุ ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ขนาด 3 เฟส 20 กิโลวัตต์ ซึ่งโครงการดังกล่าวมาจากการที่รัฐบาลมีนโยบายมุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือก พลังงานไฟฟ้านับเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการจัดการศึกษาและการพัฒนาประเทศในทุกมิติ ซึ่งปัจจุบันวิทยาลัยฯ แห่งนี้มีภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าในแต่ละปีอยู่ในระดับสูง และในอนาคตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และต่อมาวิทยาลัยฯ ได้รับอนุมัติเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จัดซื้อครุภัณฑ์ฯ ดังกล่าว
ประเด็นข้อบกพร่องจากการตรวจสอบ : วิทยาลัยฯ ใช้ราคากลางตามบัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ของสำนักงบประมาณ ฉบับธันวาคม 2567 ในการประกาศเชิญชวน เป็นจำนวนเงิน 5,140,000.- บาท ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ฯ ของทางราชการ โดยตามหลักเกณฑ์ต้องใช้ราคากลางตามบัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ของสำนักงบประมาณ ฉบับเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งกำหนดราคาต่อระบบ เป็นเงิน 473,000.- บาท ราคา 10 ระบบ จึงเป็นเงินทั้งสิ้น 4,730,000.- บาท ดังนั้น ราคากลางที่วิทยาลัยฯ ประกาศเชิญชวน จึงสูงกว่าราคาตามบัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ของสำนักงบประมาณ ฉบับเดือนธันวาคม 2568 เป็นจำนวนเงิน 410,000.- บาท
ผลจากการตรวจสอบ : สำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดกาฬสินธุ์เข้าตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย วิทยาลัยฯอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดหาพัสดุถึงขั้นตอนการประกาศผลผู้ชนะการเสนอราคา โดยผู้ชนะการเสนอราคา ชนะการเสนอราคา เป็นเงิน 4,999,000 – บาท เป็นราคาที่สูงกว่าราคากลางที่ถูกต้องเป็นเงิน 269,000.- บาท ดังนั้นวิทยาลัยฯ จึงเจรจาต่อรองราคากับผู้ชนะการเสนอราคาซึ่งยินดีลดราคา และเสนอราคาใหม่ เป็นเงิน 4,690,000.- บาท ซึ่งต่ำกว่าราคากลางที่ถูกต้องเป็นเงิน 40,000.- บาท วิทยาลัยจึงได้รับราคาและประกาศเป็นผู้ชนะการเสนอราคา และได้ลงนามสัญญาซื้อขาย เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 วงเงินตามสัญญา 4,690,000.- บาท
ประโยชน์ที่ได้รับ :
1. สามารถระงับยับยั้งความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่การเงินการคลังและทรัพย์สินของรัฐ (Foresight and Prevention) อันเกิดจากการกระทำที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย จำนวน 269,000 บาท
2. ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการให้หน่วยงานของรัฐมีความรู้ความเข้าใจในหน้าที่ที่ต้องรักษาวินัยการเงินการคลัง และปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี และแบบแผนการปฏิบัติราชการ ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์
3. ทำให้การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินด้านพลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือกซึ่งนับเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศในทุกมิติ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์และความคุ้มค่า เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนต่อไป
ข้อเสนอแนะและการพัฒนาต่อยอด : พิจารณาขอความร่วมมือจากสำนักงบประมาณให้กำหนดบัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ภายในเดือนธันวาคมของแต่ละปี ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของสำนักงบประมาณ และให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม เป็นต้นไป เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง และเพื่อไม่ให้เกิดช่วงรอยต่อที่อาจส่งผลกระทบต่อการรับทราบและการนำบัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ไปใช้ในการปฏิบัติงาน
